เดือน: มกราคม 2018

ผู้เขียน: ภาณุพงศ์ พิบูลยรัตนกิจ

 

ในปัจจุบัน การมีวิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรนหรือใช้เวลาชีวิตไปกับการทำงานให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อแสวงหา “เงิน” ซึ่งสิ่งจำเป็นในการมีชีวิตอยู่ ให้เพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคง กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ไปเสียแล้ว เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำให้มีมูลค่าที่วัดได้โดยเงิน และการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น พวกเราต้องหาเงินและใช้เงิน “ซื้อ” สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ทั้งเพื่อที่จะตอบสนองความปรารถนาของตนเอง และเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่รอด เพราะแม้กระทั่งการเข้าถึงสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตอย่าง อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และการรักษาพยาบาล รวมไปถึงสิ่งที่ถูกกำหนดให้เป็นวิถีทางที่จำเป็นต่อการสร้างความสามารถในการใช้ชีวิตหรือความสามารถในการหาเงินอย่าง การศึกษา ที่เพียงพอต่อการอยู่รอดปลอดภัย พวกเราก็ต้องแสวงหาเงินมาซื้อมันด้วยตนเองทั้งหมดอย่างหลีกเลียงไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็น “สินค้า” ไปทั้งหมด ทำให้ “การหาเงินเพื่อนำไปซื้อสินค้า” กลายเป็นกิจกรรมที่สำคัญและจำเป็นที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาชีวิตไปในสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิต ทั้ง ๆ ที่ ไม่ใช่กิจกรรมที่ผู้คนแต่ละคนมีความปรารถนาที่จะทำมันด้วยตนเองเลย เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ว่า ไม่ว่าคุณจะชอบทำอะไร ชอบต่อยมวย เล่นฟุตบอล ทำอาหาร วาดภาพ ท่องเที่ยว อ่านหนังสือปรัชญา คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ทำงานวิจัย หรือชอบไปนั่งกินขนมชิค ๆ ในร้านกาแฟเก๋ ๆ คุณก็จะไม่สามารถใช้เวลาไปกับสิ่งที่คุณชอบได้มากเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับเวลาชีวิตที่คุณต้องเสียไปกับการทำงานหาเงินได้เลย ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนี้ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นปกติในชีวิตของมนุษย์ปัจจุบันเป็นสิ่งที่อธิบายได้ด้วยมโนทัศน์(concept) ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองชุดหนึ่งที่เรียกว่า “เสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism)” (เพิ่มเติม…)