ทุนนิยมแพลตฟอร์ม (Platform Capitalism)

ทุนนิยมแพลตฟอร์ม (Platform Capitalism)

ผู้เขียน รวิพล ลี้มิ่งสวัสดิ์

สำหรับ Nick Srnicek แล้ว การทยานขึ้นของ เศรษฐกิจเชิงดิจิทัล (the digital economy) ในฐานะรูปแบบ/ตัวแบบทางธุรกิจที่วางอยู่บนเรื่องของเทคโนโลยี ข้อมูล อินเทอร์เน็ต มันเป็นสิ่งที่เกิดมาจากผลของห้วงจังหวะ (movement) ที่สำคัญสามช่วง 

หนึ่ง การถดถอยทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ 1970 ในขณะที่ก่อนหน้านั้นช่วงหลังสงคราม เศรษฐกิจเติบโตมหาศาล ระบบการผลิตแบบ Fordist การผลิตขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมาก รวมถึงการเกิดสหภาพแรงงานที่ทำให้เกิดสภาพการจ้างงานที่มั่นคงและค่าจ้างที่สูงขึ้น จนกระทั่งเกิดวิกฤติการถดถอยของผลกำไร จากการเกิดขึ้นของคู่แข่งในการผลิตรายสำคัญ ๆ อย่างเยอรมันและญี่ปุ่น บรรดาบริษัทชั้นนำของสหรัฐก็ปรับตัว จากบริษัทขนาดใหญ่สายการผลิตขนาดใหญ่ ก็เข้าสู่การตัดทอนส่วนที่ไม่ทำผลกำไรออกไป (lean business) ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Toyota และนำไปสู่รูปแบบของ Hyper-Taylorism อีกด้านของการปรับตัว คือ การจู่โจมไปยังแรงงาน ด้วยการผ่อนปรนทางกฏหมาย ทำให้ลักษณะการจ้างงานเปลี่ยนไป ประกอบการการเปลี่ยนแปลงทางข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร ทำให้เกิดการจ้างแรงงานภายนอก งานประจำที่เคยมีก็กลายสภาพเป็นแรงงานที่ยืดหยุ่นแทน

สอง การพุ่งทยานของ dot-com ในช่วงทศวรรษ 1990  จากการถดถอยในการทำผลกำไรของอุตสาหกรรมการผลิตแบบเดิม ภาคส่วน dot-com เกิดจากการแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ ๆ มันเกี่ยวข้องกับการเสี่ยง ความคาดหวัง การพนันทางการเงินโดยเฉพาะในตลาดหุ้น ความตื่นเต้นที่มีต่อ dot-com ดึงดูดเงินลงทุนมหาศาล และเงินเหล่านี้ก็กลายเป็นส่วนที่ถูกนำเอาไปสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานในการเกิดขึ้นของเศรษฐกิจเชิงดิจิทัลในภายหลัง ในขณะที่ปลายทศวรรษเดียวกัน วิกฤติเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกทำให้เกิดแนวทางการใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนและการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อทำให้สภาพทางเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ มรดกชิ้นนี้จะตกทอดไปยังห้วงจังหวะต่อไป

สาม วิกฤติในปี 2008 การหนี้สาธารณะที่เกิดจากการเข้าช่วยเหลือบริษัทเอกชนของรัฐบาล อันเป็นความพยายามที่จะคงรักษาระเบียบทางการเงินไว้ ซึ่งเป็นผลจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่สืบทอดมาตั้งแต่นโยบายทางการเงินแบบผ่อนปร่นในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างทศวรรษที่ 1990 กับ 2000 ภาวะหนี้สินที่ทำให้มาตรการกระตุ้นแบบเดิน ๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ การแทรกแซงโดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัทเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ถูกเลือกใช้ นอกจากนี้ผลของนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนนั้นทำให้เกิดการถือเงินสดและการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งมันก็นำมาสู่การที่ต้องการที่ทางในการลงทุนของเงินจำนวนมหาศาลในโลกที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ บริษัทเทคโนโลยีและภาคส่วนเทคโนโลยีก็เป็นเป้าหมายของเงินลงทุนพวกนี้ พร้อม ๆ กับที่สถานะการณ์การจ้างเงินก็ยังย่ำแย่ แนวโน้มที่จะสูญเสียงานและว่างงานยาวนานมากขึ้น การจ้างงานนอกภาคทางการ และการจ้างงานชั่วคราวมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดก็ยังส่งผลต่อประชากรที่ได้รับการจ้างงานด้วย พวกเขาประสบการค่าแรงที่ต่ำ หนี้สินที่มากขึ้น ในสภาพเช่นนี้แรงงานก็ดิ้นรนเพื่อหางานที่มีอยู่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามอย่างเสียไม่ได้

ทั้งสามสิ่งนั้นเป็นรากฐานที่ส่งผลให้เกิดการพุ่งทยานของเศรษฐกิจเชิงดิจิทัลในปัจจุบัน

ข้อเสนออีกประการสำคัญของ Srnicek คือ ทุนนิยมก้าวหน้าในศตวรรษที่ 21 นั้นวางอยู่บนการสกัดและการใช้งานข้อมูล (data) ในฐานะของวัตถุดิบ สิ่งที่ตามมากับข้อเสนอเช่นนี้ก็ คือ ข้อมูลที่ว่ามันคืออะไร สำหรับ Srnicek แล้ว เราอาจเห็นภาพของมันได้ชัดด้วยแยกข้อมูลในฐานะสิ่งที่บอกว่าอะไรเกิดขึ้น ออกจาก ความรู้ (knowledge) ในฐานะสิ่งที่บอกถึงสาเหตุว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น ข้อมูลเป็นสิ่งที่ต้องการการบันทึก มันจึงต้องการสื่อกลางเชิงวัตถุ (a material medium) บางอย่างเพื่อการนี้ เช่น เซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับ และเมื่อเกิดการบันทึกมันก็ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บด้วย ด้วยการมองแบบนี้ข้อมูลในสายตาของเขามันจึงไม่ใช่ อวัตถุ เพราะอย่างน้อยที่สุดศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูลก็ต้องการทั้งพื้นที่แล้วพลังงานมหาศาล ขั้นตอนการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนฐานของการสร้างมาตรฐานบางประการที่คอยจัดระเบียบให้แก่ข้อมูล กิจกรรมทั้งปวงที่ว่ามานั้นเกิดขึ้นได้ก็ด้วยโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล หากข้อมูล คือ วัตถุดิบ กิจกรรมของผู้ใช้งาน (user) ก็คงเป็นแหล่งของวัตถุดิบที่ว่า

ข้อมูลและกระบวนการรวบรวมวิเคราะห์กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ประกอบกับการติดต่อสื่อสารบนโลกดิจิทัลที่พบเห็นอย่างดกดื่นในโลกศตวรรษที่ 21 ข้อมูลได้กลายมาเป็นทรัพยากรที่สำคัญประการหนึ่ง

สำหรับ Srnicek แล้ว โมเดลธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้มาที่สุด คือ พื้นที่ (the platform) ที่มันจะกลายมาเป็นหนทางในการผูกขาด สกัด วิเคราะห์ ใช้งาน บรรดาข้อมูลที่มากมายอย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบธุรกิจแบบนี้กระจายไปยังภาคส่วนต่าง ๆ

คำถามที่ตามมา คือ พื้นที่ ที่ว่านี้คือสิ่งใดกันแน่ โดยพื้นฐานที่สุดแล้ว พื้นที่ คือ โครงสร้างพื้นฐานเชิงดิจิทัลที่อนุญาตให้กลุ่ม (group) สองกลุ่มหรือมากกว่านั้นให้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มันเป็นสื่อกลาง ตัวกลางที่นำพาผู้ใช้งานให้เข้ามาพบกันไม่ว่ามันจะเป็น ผู้บริโภค, ผู้โฆษณา, ผู้จัดหาบริการ, ผู้ผลิต หรือแม้แต่วัตถุเชิงกายภาพ และบ่อยครั้งพื้นที่พวกนี้ก็มาพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือที่จะให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาได้ การเป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกลุ่มที่หลากหลายนั้นก็ทำให้มันทรงประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลมากกว่ารูปแบบธุรกิจอื่น ๆ ที่เคยมีมา

นอกจากนี้จุดเด่นของมัน คือ ผลกระทบเชิงเครือข่าย (network effect) กล่าวคือ ยิ่งเครือข่ายของกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมันขยายใหญ่โตมากเท่าใด ผู้ใช้งานก็ยิ่งหลั่งไหลเข้ามามายิ่งขึ้นตามไปด้วย ผู้ใช้งานที่มาก็ดึงดูดผู้ใช้งานอีกทอดหนึ่งด้วย ด้วยสิ่งนี้มันจึงเป็นแนวโน้มธรรมชาติที่พื้นที่นั้นมักดำเนินไปในทางที่มีลักษณะผูกขาด

สิ่งนี้มักที่จะดึงดูดผู้คนด้วยการหั่นราคาบริการส่วนใดส่วนหนึ่งของตนลงต่ำหรือฟรีเพื่อดึงดูด แล้วค่อยแสวงหาผลกำไรจากส่วนอื่นแทน เช่น google ให้เราใช้บริการ e-mail ฟรีและแสวงหาผลกำไรจาการโฆษณาแทน

ภายใต้พื้นที่หาใช่การมอบการเข้าถึงให้อย่างไม่มีเงื่อนไข กฏกติกาต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเพื่อปกครองและควบคุม พื้นที่ที่ว่าหาใช่ความว่างเปล่า มันเต็มไปด้วยการออกแบบและความประสงค์ ความกระหายที่จะดึงดูดผู้คนหลากหลายให้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่

รูปแบบธุรกิจแบบนี้มุ่งเน้นการสกัดและควบคุมข้อมูล ที่น่าสนใจ คือ ข้อมูลที่พวกมันสกัดออกมานั้นหาได้มาจากแค่ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางธรรมชาติ กระบวนการผลิต หรือแม้แต่ข้อมูลที่มาจากธุรกิจอื่น ๆ ก็เป็นแหล่งสำคัญไม่น้อยหน้าข้อมูลจากผู้ใช้งาน

สำหรับ Sricek เขาพยายามที่จะสรุปภาพคร่าว ๆ ของรูปแบบธุรกิจพื้นที่ออกเป็น 5 รูปแบบ โดยที่แต่ละรูปแบบไม่ได้แยกขาดกัน บางบริษัทอาจประกอบไปด้วยหลายลักษณะซ้อนทับกันไป ดังนี้

หนึ่ง advertising platform มันเป็นรูปแบบที่สกัดเอาข้อมูลจากผู้ใช้งาน และมีแรงงาน (หรือระบบอัตโนมัติ) ในการวิเคราะห์ข้อมูลพวกนั้น เพื่อนำไปสู่การกลายเป็นผลผลิตของพวกเขา และใช้พวกมันเพื่อขายพื้นที่ในการโฆษณา

สอง cloud platform เป็นรูปแบบที่จะถือครองความเป็นเจ้าของเหนือ hardware และ software ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่วางอยู่บนเรื่องดิจิทัล พวกเขาจะทำการปล่อยโครงสรา้งพื้นฐาน บริการพวกนี้ออกให้เช่า (rent) แก่บรรดาธุรกิจที่ต้องการ

สาม industrial platform เป็นความพยายามของรูปแบบธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นรูปแบบการผลิตที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ที่วางบนเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ทั้งสินค้าหรือแม้แต่เครื่องจักรในการผลิต เพื่อสร้างสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ด้วยการพยายามสร้างหรือใช้ทั้ง hardware หรือ software ที่จำเป็น

สี่ product platform เป็นรูปแบบที่พยายามแสวงหารายได้ด้วยการเปลี่ยนสินค้าแบบเดิมที่ตนมีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นบริการ (ที่เสริมความมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ข้อมูล) และเก็บค่าเช่า หรือ subscription เช่น อุตสาหกรรมเพลง หรือการหันไปให้บริการการซ่อมบำรุงและการใช้เช่าเครื่องยนตร์ราคาแพงแทนที่จะมุ่งที่การขายขาด

และสุดท้าย lean platform เป็นรูปแบบที่พยายามจะลดการถือครองสินทรัพย์หรือส่วนต่าง ๆ ที่พวกเขาพิจารณาว่าไม่จำเป็นออกไปให้น้อยที่สุด รูปแบบนี้จะเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับรูปแบบที่สองในฐานะผู้เช่าบรรดาโครงสร้างและบริการพื้นฐานพวกนั้น ด้วยการแสวงหารายได้ผ่านการตัดทอนรายจ่ายให้น้อยที่สุด มันจึงกลายเป็นรูปแบบที่รับมรดกการจ้างงานแบบยืดหยุ่นและการจ้างงานภายนอกมาอย่างเต็มที่

 

LEAVE A COMMENT

0 comment